วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2559

หลักฐานเรื่องรูปทรงเจดีย์

อีกแห่งที่เป็นหลักฐานเรื่องรูปทรงเจดีย์

มหาสถูปแห่งเกสเรีย สถูปพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ในสมัยพุทธกาลตรงนี้เป็นที่อยู่ของ
พวกชาวกาลามโคตรหรือกาลามชน
อยู่ในแคว้นโกศล

เป็นหมู่บ้านทางผ่านระหว่างเมือง พระพุทธเจ้าได้เคยเสด็จผ่านมาที่เกสปุตตนิคมและได้ทรงแสดงกาลามสูตร หรือเรียกในอีกชื่อหนึ่งว่า เกสปุตตสูตร แก่กลุ่มคนเหล่านี้จนยอมรับนับถือพระพุทธศาสนา

รายละเอียดเพิ่มเติมครับ
http://m.pantip.com/topic/30492010

ใครที่ว่าเหมือนจานบิน ถามจริงเถอะในชีวิต เคยเห็นจานบินจริงๆแล้วหรือยัง?

วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2559

แตกต่างในร่างเดิม

แตกต่างนะ Before กับ After น่ะ (ตามรูป)

การได้มาวัดพระธรรมกายแล้ว ทำให้เกิดความแตกต่างในร่างเดิม
ไม่ใช่แค่ทรงผม
แตกต่างทั้งความคิด คำพูดและการกระทำ
ถ้าคุณมีลูก คุณอยากให้ลูกคุณเป็นแบบไหน
Before กับ After

วันอังคารที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2559

เรื่องของนายมโน ที่ชอบว่าร้ายวัดพระธรรมกาย

เรื่องของนายมโน ที่ชอบว่าร้ายวัดพระธรรมกาย

จริงๆไม่อยากกล่าวถึง แต่ถ้ารวมพลคนด่าวัดพระธรรมกาย หนึ่งนั้นคือนายมโน อดีตพระวัดธรรมกาย ที่ไม่เคยจำพรรษาในวัดพระธรรมกาย แม้แต่พรรษาเดียว

ตอนทำไมนายมโนถึงออกจากวัดพระธรรมกาย

   ในกลางพรรษาปี2537พระมโน (ในขณะนั้น) กำลังทำเรื่องนายรูดี้ที่ฆ่าพระในอเมริกา เรี่ยรายจากโยมหลายสิบล้าน เพื่อมายื่นทำคดีให้นายรูดี้ที่ฆ่าพระพ้นผิด การกระทำในครั้งนั้น ถือเป็นเรื่องไม่ควรอย่างยิ่ง และทางวัดและพระมโน เองก็ไม่ได้รู้จักนายรูดี้มาก่อน  หลวงพ่อรองเจ้าอาวาสได้ตักเตือน และขอไม่ให้ทำ แต่พระมโน(ในครั้งนั้น) ก็ยังดื้อรั้น ไม่เชื่อฟัง เรื่องนี้มีคนพูดเยอะแล้ว รายละเอียดจึงขอยกไว้ แต่จุดที่ออกจากวัดไม่เคยมีใครพูดถึงคือ พระมโน มาขอหลวงพ่อรองเจ้าอาวาสไปประชุมที่อียิปต์ ในรายการที่ไม่เกี่ยวอะไรกับการเผยแผ่พุทธศาสนาจากกำหนดการจะต้องขาดพรรษา. อย่างที่ทราบกันพระมโนตั้งแต่วันบวช ก็ร่อนเร่ไปอยู่ต่างประเทศ ไม่คุ้นกับการทำตามวินัย จำพรรษา ซึ่งครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่พระมโนจำพรรษาที่วัดพระธรรมกาย หลังจากบวชแล้ว 13 ปี     หลวงพ่อรองเจ้าอาวาสไม่อนุญาตเพราะไม่เอื้อพระวินัย ด้วยความดื้อรั้นเอาแต่ใจก็สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้ครูบาอาจารย์ จะไปให้ได้ ที่สุดพระมโนได้ยื่นคำขาดว่า
"ถ้าหลวงพ่อไม่ให้ไปผมก็จะขอลาออกจากวัด ?"

หลวงพ่อรองเจ้าอาวาสจึงให้กลับไปคิดให้ดีหนึ่งคืน .

พระมโนคงคิดด้วยความคิดเอาตนเป็นใหญ่ มองไม่เห็นสิ่งที่หลวงพ่อเตือนให้เอื้อเฟื้อกับพระวินัยตั้งใจจะแหกพรรษาไปเช้ารุ่งขึ้นจึงเอาจดหมายลาออกมายื่น. หลวงพ่อรองเจ้าอาวาส

หลวงพ่อรองเจ้าอาวาสได้รับหน้าที่ปกครองพระสงฆ์. ในปีนั้นมีประมาณ 700 รูป มีกฏระเบียบ สำหรับคนหมู่ใหญ่. จึงสุดที่จะทัดทาน หลวงพ่อรองเจ้าอาวาสจึงจำใจรับการลาออกนั้น

พระมโนเมื่อออกไปแล้ว เมื่อต้องอยู่เอง กินเอง ไปได้ไม่นาน ไม่ถึงปลายปี ไปขอให้เจ้าภาพใหญ่ระดับคุณหญิงท่านหนึ่งมาขอให้หลวงพ่อรับกลับ

เป็นเรื่องที่หลวงพ่อทำได้ลำบากเพราะจะเสียการปกครอง เห็นแก่สงฆ์หมู่ใหญ่ ที่จะไม่ให้เอาแต่ใจเป็นเยี่ยงอย่าง จึงปฏิเสธ

พระมโนจึงสิ้นสุดความเป็นพระวัดพระธรรมกายด้วยประการฉะนี้

อย่ามาตีเนียนว่าเห็นความไม่ชอบมาพากลของหลวงพ่อจึงทำตัวเป็นฮีโร่ ออกมาต่อต้าน แม้เนรคุณ ฟังแล้วเสียดายอาหารที่ทานเข้าไป.

พอเถอะนายมโน คุณจะเคียดแค้น อาฆาต จองเวร หลวงพ่อไปทำไม พยายามอย่างยิ่งที่จะได้คำว่า
" ศิษย์เนรคุณ คิดล้างครู" ทำไม 

cr.ศิษย์วัดใหญ่ ภายในสุดๆ กว่า 30 ปี
#กรณีธรรมกาย

วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2559

อานุภาพวิชชาธรรมกาย

🌏ดักชิงตัว ณ ปากประตูนรก !!!

🌐ชื่อ อำไพพร   สว่างดี เป็นม่าม้าของคู่แฝดกุ๊ก-กิ๊ก แฟนพันธุ์แท้ของ รร.อนุบาลฯตัวจริง

🌐ณ โลกมนุษย์ตอนนี้ มีหลายคนไม่เชื่อว่ามีชีวิตหลังความตาย จึงทำให้ก่อกรรมทำเข็น ด่าว่าพระกันหนักมาก เพราะคิดว่า..ทำชั่วก็ไม่เห็นเป็นไร ในเมื่อตายแล้วสูญ ด้วยเหตุนี้..ลูกจึงขอแสดงตัวตนออกมายืนยันฟันธงว่า..ชีวิตหลังความตายมีจริง โดยอิงจากประสบการณ์ที่เจอจะๆ กับคนในครอบครัวของลูกเอง ซึ่งก็คือ คุณแม่รัชนี ประเสริฐ ซึ่งเป็นคุณแม่แท้ๆของลูกเอง ซึ่งปัจจุบันก็ยังแข็งแรงมีอายุได้ 78 ปีแล้วเจ้าค่ะ

🌐ย้อนไปในวันที่ 31 ธันวาคม 2532 ได้เกิดอุบัติเหตุมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งพุ่งข้ามเลนเข้าชนมอเตอร์ไซด์ของคุณพ่อที่มีคุณแม่นั่งซ้อนท้ายอยู่ และทันใดนั้นเอง ร่างคุณแม่ก็กระเด็นหัวน๊อตฟาดพื้นอย่างแรงจนสลบคาที่ ทำให้ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลด่วน เพราะกระโหลดร้าวมีเลือดทะลักออกจากหูและจมูกตลอดเวลา

     🌐ด้วยเหตุนี้..หมอจึงสอดสายเข้าทางช่องปากเพื่อดูดเลือดที่ทะลักออกจากสมองเพื่อไม่ให้เลือดคั่ง ซึ่งขณะที่แม่อยู่ห้อง ICU แม่ก็หมดสติไม่รู้สึกตัวใดๆ เลยค่ะ ลูกจึงได้แต่ตกใจและวิงวอนขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาช่วยให้แม่รอด และแล้วเหตุการณ์อันไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจริงๆ คือ หลังจากที่แม่สลบไปถึง 3 วัน แม่ก็ค่อยๆลืมตา

      🌐แต่ก็น่าประหลาดสุดๆ เพราะสิ่งที่แม่ถามออกมาประโยคแรกคือ
      🌐“แม่ชี..อยู่ที่ไหนๆ..แม่ชีมาที่นี่ไม๊?”

      🌐ซึ่งลูกงงมาก..ว่าทำไมแม่ถึงถามซ้ำไปซ้ำมาตลอดเวลา จนลูกถามแม่กลับว่า

      🌐“ทำไมพูดถึงแต่แม่ชี..อยากบวชชีเหรอ?”

       🌐แม่จึงเล่าว่า..หลังจากที่โดนรถพุ่งชนก็เหมือน Shut Down = ชัตดาวน์ คือ ภาพทุกอย่างดับมืด แล้วมารู้ตัวอีกที ก็ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน

       🌐จากนั้นก็มีชาย 3 คนนุ่งหยักรั้งสีแดง ไม่ใส่เสื้อ ผิวดำ ร่างใหญ่กำยำ เดินพุ่งเข้ามาหา ซึ่งตอนนั้น..แม่คิดอะไรไม่ออก รู้แต่ว่า..กลัวมากและต้องเดินตามเขาไป ซึ่งถ้าเดินช้าก็จะโดนหอกที่เค้าถือทิ่มเอา แล้วในที่สุดเค้าก็พาตัวมาถึงปากประตูสูงใหญ่มหึมา

       🌐ซึ่งขณะที่แม่กำลังโดนคุมตัวเพื่อผ่านประตูนี่เอง ทันใดนั้น..ก็มีเสียงดังมาจากข้างหลังว่า

        “ยังพาเค้าไปไม่ได้ เค้าต้องพาลูกหลานไปสร้างบารมี”

        🌐ด้วยเหตุนี้..คุณแม่ก็หันควับมายังต้นกำเนิดเสียง ทำให้เห็นแม่ชีนุ่งขาวห่มขาว ร่างบาง ยืนสงบนิ่งสำรวมอยู่ และพอคุณแม่หันกลับไปมองชายนุ่งหยักรั้ง 3 คนนั้นอีกที ก็ปรากฏว่าหายวับไปราวกับถูกเสก จากนั้นคุณแม่จึงรีบหันไปดูแม่ชีอีกที ซึ่งก็ปรากฏว่า..หายไปเช่นกัน จากนั้นพอคุณแม่มารู้ตัวอีกทีก็พบว่า..ตัวเองอยู่ในห้อง ICU

         🌐แต่..เรื่องมันไม่จบง่ายแบบนี้หรอกค่ะ เพราะหลังจากกลับจากโรงพยาบาล คุณแม่ก็บอกแต่ว่า..อยากจะไปตามหาแต่แม่ชีที่ช่วยแม่ไว้ เพื่อไปขอบคุณ ลูกจึงต้องพาแม่ออกอีเว้นเดินสายร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ตะเวนไปพบแม่ชีตามวัดต่างๆตั้งแต่ในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน ตามหาอย่างนี้นาน 2 ปีกว่า

         🌐จนกระทั่งมาถึงจุดหมายที่ธุดงคสถานล้านนา เพราะทันทีที่คุณแม่เห็นรูปแม่ชีที่ผนังของศาลา คุณแม่ก็เกิดอาการสตั๊น คือหยุดนิ่งไปชั่วขณะ และจ้องภาพนั้นพร้อมกับโพล่งขึ้นว่า

         🌐“แม่ชีคนนี้แหละๆๆ แม่จำได้” แม่พูดซ้ำด้วยอาการดีใจหนักมาก จนทำให้ลูกอึ้งไปเลยค่ะว่า..แม้เหตุการณ์จะผ่านไปถึง 3 ปีแล้วคุณแม่ก็ยังไม่ลืม

          🌐ด้วยเหตุนี้เองค่ะ จึงเป็นจุดเริ่มทำให้ครอบครัวเรามาวัดพระธรรมกายครั้งแรก เพื่อมาตามหาแม่ชีในรูป  และพอมาถึงวัดในวันอาทิตย์ต้นเดือนก่อนพิธีบูชาข้าวพระ ลูกศิษย์แม่ชีในรูป (ซึ่งก็คือ คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์) ต่างยืนเข้าแถวเรียงหน้ากระดานเพื่อต้อนรับขณะท่านเดินผ่าน

          🌐ซึ่งลูกก็พาแม่ไปยืนเรียงหน้ากระดานเพื่อให้เห็นท่านด้วย แต่ก็ต้องตลึงสุดขีด เมื่อคุณยายกำลังเดินผ่าน แล้วท่านก็เดินพุ่งเข้ามาจับมือแม่แบบเฉพาะเจาะจง ทั้งๆที่มีตั้งหลายคนในบริเวณนั้น จากนั้นท่านก็พูดขึ้นทันควันว่า.. “มากันแล้วนะ ปลอดภัยแล้วนะ”

          🌐ซึ่งคุณแม่ของลูกก็ได้แต่ปลื้มและพูดประโยคเดียวซ้ำๆถี่ๆว่า “ขอบคุณนะคะๆ” จากนั้นคุณยายท่านก็ยิ้มและเดินผ่านไป และนับจากนั้นครอบครัวลูกจึงได้เข้าวัดสร้างบารมีอย่างเข้มข้นมาตลอด ซึ่งเรื่องนี้ช่างเป็นอะไรที่ช็อกโลกจริงๆ ค่ะ

           🌐นี่ถ้าลูกไม่เจอกับตัวเอง ก็คงจะเชื่อได้ยาก

           🌐ซึ่งลูกก็ขอสรุปข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้ว่า..

🔴1.ชีวิตหลังความตายมีจริง ถ้าไม่เชื่อก็อย่าหลบหลู่ อย่าล้อเล่น เพราะมันเสี่ยง ดังนั้นให้มาพิสูจน์ก่อน

🔴2.คุณยายทรงอภิญญาจริง คุณยายท่านไปตามลูกศิษย์ที่เคยมีสายบุญกับท่านให้กลับสร้างบุญกับท่านจริงๆ แล้วท่านก็ไม่ใช่ตัวปลอมอย่างที่โลกโซเชี่ยวปล่อยข่าวมั่ว

🔴3.วิชชาธรรมกายเป็นของจริง อย่าจาบจ้วง เดี๋ยวจะหาว่า..ผู้หญิงสวยและรวยมากคนนี้ไม่เตือน !!

จากใจพระวัดพระธรรมกาย

อันตัวพระ อยู่วัดมาก็นานโข
เข้าวัดมา 30 ปี ไม่ไปไหน
ถ้าโรงเรียน ใหญ่โต ทรามหรือไร
หรือจะให้ แค่กระท่อม จึงจะดี

ทางโลกมี โรงเรียนใหญ่ ให้รู้โลก
ทางธรรมมี เชตวัน รู้ธรรมหนา
แสนยิ่งใหญ่ เพื่อคนเข้า เรียนธรรมา
แสนคนมา รับได้ สบายเลย

จะทำชั่ว คิดชั่ว ใยใหญ่ได้
จะคิดดี ใหญ่ไม่ได้ อย่างนั้นหรือ
คงตรองใหม่ ใช่แค่ฟัง เสียงคนลือ
ถ้ายึดถือ แค่คำเขา เราได้อะไร

คนเป็นแสน เป็นล้าน ใช่เขลาหมด
ที่มาบวช อยู่ที่วัด ก็มากหลาย
อยู่ทางโลก มีเงินเดือน ก็มากมาย
แสนสบาย ใยมา ร่วมสร้างบุญ

คนเช่นเรา ก็ใช่ ไร้ปัญญา
คำหลวงปู่ สอนมา คอยเกื้อหนุน
คอยตอกย้ำ เป้าหมาย คือสร้างบุญ
บารมีหนุน นำให้ ไปนิพพาน

เราทุกคน มีเป้าหมาย คือความสุข
ใยเราต้อง มาต่อว่า หรือต่อขาน
ล้วนความเท็จ บิดเบือน มาแสนนาน
ขอยืนยัน หลวงพ่อท่าน คิดแต่ดี

พระขออาราธนา สิ่งดี ทั่วจักรวาล
จงส่งผล ให้ทุกท่าน นั้นสุขี
ขอเป้าหมาย หลวงพ่อ สร้างคนดี
หมดทุกข์โศก ทั้งโลกนี้ สำเร็จเทอญ

ขอสันติสุข จงมีแด่ทุกท่าน

Cr.Thavorn Thavaro

ธรรมกาย

พระเกจิสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
กล่าวถึง  ธรรมกาย

พระอริคุณาธาร (เส็ง  ปุสโส)
เคยกล่าวเกี่ยวกับ พระธรรมกาย..ใว้ในหนังสือ ..ทิพยอำนาจ..ดังนี้

  " พระธรรมกาย
ได้แก่ พระกายอันบริสุทธิ์. ไม่สาธารณะทั่วไปแก่เทวดาและมนุษย์ หมายถึง พระจิตที่พ้นจากอาสวะแล้ว เป็นพระจิตที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง

มีพระรัศมีแจ่มจ้า เปรียบเหมือนดวงอาทิตย์อุทัยใขแสง ในนภากาศฉะนั้น พระธรรมกายนี้ เป็นพระพุทธเจ้าที่จริงแท้ เป็นพระกายที่พ้น เกิด แก่ เจ็บ ตาย และทุกข์โศกทั้งหลายได้จริง

  เป็นพระกายที่เที่ยงแท้ ถาวรไม่สูญสลาย
เป็นอยู่ชั่วนิรันดร์ เป็นที่รวมแห่งธรรมทั้งปวง.

คือความเป็นพระอรหันต์ไม่สูญ5 
ความเป็นพระอรหันต์นี้ ท่านจัดเป็นอินทรีย์ชนิดหนึ่ง เรียกว่า อัญญินทรีย์ เป็นสภาพที่คล้ายคลึง

วิสุทธาพรหม ในสุทธาวาสชั้นสูง เป็นแต่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าเท่านั้น เมื่อมีอินทรีย์อยู่ ก็ย่อมจะบำเพ็ญประโยชน์ได้ แต่ผู้จะรับประโยชน์จากท่านได้

ก็จะต้องมีอินทรีย์ผ่องแผ้วเพียงพอที่จะรับรู้รับเห็นได้ เพราะอินทรีย์ของพระอรหันต์ ประณีตสุขุมที่สุด เป็นอินทรีย์แก้ว ตา หู จมูก ลิ้น กาย

และใจของท่านเป็นแก้ว คือใสบริสุทธิ์ดุจแก้วมณีโชติ ผู้บรรลุถึงภูมิแก้วแล้ว ย่อมสามารถพบเห็นพระแก้ว คือ พระอรหันต์ที่นิพพานแล้วได้

ความรู้เรื่องนี้ เป็นความรู้ลับในธรรมวินัย ผู้สนใจพึงศึกษาค้นคว้าต่อไป ถ้ารู้ไม่ถึงอย่าพึงค้าน อย่าพึงอนุโมทนา เป็นแต่จดจำเอาใว้

เมื่อใดเหตุผลลงกันจึงอนุโมทนา ถ้ารู้ไม่ถึงแล้วด่วนวิพากษ์วิจารย์ ติเตียน จะเป็นไปเพื่อ บอดตาบอดญาณตัวเอง

ข้าพเจ้านำเรื่องนี้มาพูดใว้ ด้วยมีความประสงค์จะให้นักศึกษาพระพุทธศาสนา ช่วยกันค้นคว้าความรู้ ส่วนลึกลับของพระพุทธศาสนา ต่อไป

ที่มา......หนังสือ ทิพยอำนาจ
หน้า......509-512
เรียบเรียงโดย...
..พระอริคุณาธาร  (เส็งปุสโส)